ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ " Study Abroad " " เรียนต่อต่างประเทศ "

ข้อมูลไปเรียนต่อต่างประเทศ

เรียนต่อต่างประเทศ ที่สหรัฐอเมริกา

The image “http://julianopie.com/images/keirawalking03.gif” cannot be displayed, because it contains errors.

ก่อนอื่นขอขอบคุณhttp://www.prointered.com/usa/edu-system2.htm

เรียนต่อต่างประเทศ ที่สหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีจำนวนนักศึกษาไทยไปศึกษาเพิ่มขึ้นทุกๆปี นักศึกษาไทยมีจำนวนมากเป็นอันดับ 9 ของจำนวนนักศึกษาชาวต่างชาติทั้งหมดที่เข้าไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยหลักสูตรทางด้านธุรกิจในระดับบัณฑิตศึกษาก็ยังครองความเป็นหลักสูตรยอดนิยมในกลุ่มนักศึกษาไทยเช่นเคย และรองลงมาก็คือหลักสูตรทางด้าน วิศวกรรมศาสตร์ แต่อย่างไรก็ดี นักเรียน นักศึกษาจากประเทศไทยมักต้องไปเริ่มต้นเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อปรับพื้นฐานกันก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเสมอ เพราะประเทศไทยเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก หากนักเรียน นักศึกษาไม่มีพื้นความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษที่ดีพอ อาจเกิดปัญหาในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยในระดับที่สูงขึ้นไปได้

มีหลากหลายเหตุผลที่พอจะสรุปได้ว่าทำไมใครๆ ก็เลือกที่จะไปศึกษาต่อประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ

ความเป็นเลิศของการศึกษา เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับสมญานามว่าเป็นผู้นำด้านการศึกษาของโลก และมีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกจำนวนมาก อาทิเช่น Harvard, MIT, Yale เป็นต้น

ประเทศสหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเป็นผู้นำเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งมีผลให้เชื่อกันว่า หลักสูตรและวิธีการเรียนการสอนของประเทศสหรัฐอเมริกามีความทันสมัยมากที่สุด

ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและค่าครองชีพในประเทศสหรัฐอเมริกามีความหลากหลาย ตั้งแต่ระดับต่ำ กลางไปจนระดับสูง นักศึกษาสามารถเลือกให้เข้ากับความเหมาะสมและงบประมาณของตนเองได้

หลักสูตรและระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกามีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แน่นอนว่าน้องๆ นักเรียน นักศึกษาสามารถหาหลักสูตรการศึกษาที่สนใจในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างแน่นอน อาทิเช่น

เรียนต่อต่างประเทศ ที่สหรัฐอเมริกา

ระบบการศึกษา

นักเรียนอเมริกันส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 12 ปี สำหรับการเรียนระดับประถมศึกษา (Primary School) และมัธยมศึกษา (Secondary School) แล้วสมัครเข้าศึกษาต่อระดับวิทยาลัย (College) มหาวิทยาลัย (University) สถาบันสายอาชีพ (Vocational School) สถาบันสายเลขานุการ (Secretarial School) และสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูง (Professional Schools) อื่นๆได้

..........................................................................................................................

ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (Primary and Secondary School)

เด็กอเมริกันจะเริ่มเรียนตอนอายุประมาณ 6 ปี โดยจะเข้าเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 5-6 ปี แล้วเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการเรียนในช่วงแรก 3 ปีและต่ออีกช่วงเป็นเวลาอีก 3 ปี หรือ 4 ปี ระบบการเรียนแบบนี้ เรียกว่า "Middle School" หรือ "Junior High School" และ "Senior High School" (โดยทั่วไปมักใช้คำเรียกโดยรวมว่า "High School") การศึกษาจำนวน 12 ปีนี้แบ่งเป็นปีหรือ Grade เรียกระดับการเรียนนี้เป็น ปี 1 - ปี 12 (Grade 1-Grade 12)

..........................................................................................................................

ระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา (Higher Education)

เด็กอเมริกันจะเริ่มเรียนตอนอายุประมาณ 6 ปี โดยจะเข้าเรียนระดับประถมศึกษาประมาณ 5-6 ปี แล้วเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการเรียนในช่วงแรก 3 ปีและต่ออีกช่วงเป็นเวลาอีก 3 ปี หรือ 4 ปี ระบบการเรียนแบบนี้ เรียกว่า "Middle School" หรือ "Junior High School" และ "Senior High School" (โดยทั่วไปมักใช้คำเรียกโดยรวมว่า "High School") การศึกษาจำนวน 12 ปีนี้แบ่งเป็นปีหรือ Grade เรียกระดับการเรียนนี้เป็น ปี 1 - ปี 12 (Grade 1-Grade 12)

..........................................................................................................................

ระดับปริญญาตรี (Undergraduate or College Years)

นักศึกษาอเมริกันโดยทั่วไป มักเลือกเรียนในวิชาต่างๆ ที่ค่อนข้างมีความหลากหลายในช่วงระดับปริญญาตรี นักศึกษาส่วนมากจะยังไม่เน้นในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ จนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในระดับสูงกว่าปริญญาตรี การศึกษาในช่วง 2 ปีแรกของหลักสูตร นักศึกษาจะลงทะเบียนเรียนสาขาวิชาต่างๆ ที่เป็นวิชาพื้นฐาน เมื่อเข้าชั้นปีที่ 3 จึงเลือก “major” ของสาขาวิชาที่ต้องการ และต้องลงทะเบียนเรียนในวิชาต่างๆ ภายใต้สาขาวิชานี้ตามจำนวนที่ได้กำหนดไว้ สำหรับสถาบันการศึกษาบางแห่ง นักศึกษาอาจต้องเลือก “minor” ด้วย เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเลือกวิชาเลือก (เพิ่มเติม) ในสาขาวิชาอื่นๆ ได้

..........................................................................................................................

ระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Postgraduate or Graduate Education)

ปริญญาโท-Master's Degree:

การศึกษาในระดับนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนเฉพาะเจาะจงในสาขาวิชาต่างๆ เช่น Library Science, Engineering, Social Work หรือ MBA โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาศึกษา 2 ปี หลักสูตรปริญญาโทบางหลักสูตรอาจมีระยะเวลาเพียง 1 ปี เช่น หลักสูตรด้าน Journalism หรือ LLM การศึกษาในระดับนี้จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเข้าชั้นเรียน และต้องเตรียมเขียนงานวิจัย หรือ "Master's Thesis" ด้วย

..........................................................................................................................

ปริญญาเอก-Doctorate (Ph.D.):

สำหรับบางสถาบัน นักศึกษาอาจเตรียมตัวเพื่อการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเริ่มต้นการศึกษาในระดับปริญญาโทก่อน ระยะเวลาของหลักสูตร คือ 3 ปีหรือมากกว่า แต่สำหรับนักศึกษาต่างชาติ อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาถึง 5-6 ปี สำหรับการศึกษาในช่วง 2 ปีแรก นักศึกษาส่วนใหญ่จะลงทะเบียนเพื่อการเข้าชั้นเรียนและร่วมสัมมนาต่างๆ หลังจากนั้น จะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ปีในการทำงานวิจัยของตนเอง และเขียนวิทยานิพนธ์ ซึ่งไม่เคยมีการทำมาก่อน นักศึกษาจะต้องเข้าชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ สอบผ่านตามระดับคะแนนที่กำหนด และผ่านการสอบปากเปล่าในหัวข้อเดียวกับงานวิทยานิพนธ์จึงจะสำเร็จการศึกษา


สถาบันการศึกษาวิชาชีพชั้นสูง

การศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูงในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนและเป็นไปได้ยากโดยเป็นการศึกษาในลักษณะพิเศษ ในสาขาวิชาบางประเภทเท่านั้น และสามารถสรุปสาขาวิชาที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาไทยพอเป็นสังเขป ได้ดังนี้

..........................................................................................................................

1.การศึกษาระดับ First Professional Degree ด้านแพทย์ศาสตร์ ทันตกรรม และสัตวบาล:

การสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรด้านแพทย์ส่วนใหญ่ ต้องใช้ผลสอบ Medical College Admissions Test (MCAT) ส่วนการสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรทันตกรรม ต้องใช้ผลสอบ Dental Admission Test (DAT) และสำหรับหลักสูตรด้านสัตวบาล ต้องใช้ผลสอบ Veterinary Aptitude Test หรือ Graduate Record Examination (GRE) นอกจากนี้ นักศึกษาจะต้องผ่านการทดสอบทั้งของ The National Licensing Examination และ The State Board Examination ของรัฐที่ต้องการไปประกอบอาชีพก่อนการประกอบอาชีพนั้นๆด้วย

..........................................................................................................................

2.พยาบาล

ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพพยาบาลที่จดทะเบียน (Registered Nures-RN) ในประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องได้รับการอนุญาติให้สามารถทำงานในรัฐนั้นๆ ได้ด้วย โดยที่แต่ละรัฐ ก็จะมีคณะกรรมการด้านพยาบาลเป็นผู้ออกในอนุญาติของแต่ละรัฐ อย่างไรก็ดี ก่อนการได้รับใบอนุญาติในการประกอบวิชาชีพ พยาบาลทุกคนต้องผ่านการทดสอบ NCLEX-RN สำหรับพยาบาลที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศอื่นต้องได้รับประกาศนียบัตรจาก The Com-mission on Graduates of Foreign Nursing School (CGFN) ซึ่งเป้นการทดสอบความรู้ด้านพยาบาลและภาษาอังกฤษก่อนการทดสอบ NCLEX-RN


..........................................................................................................................

3.กฏหมาย

ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้กฏหมายระบบสหพันธรัฐ ซึ่งแต่ละรัฐก็จะยึดถือแบบแผนด้านกฏหมายมาจากอังกฤษ ยกเว้นในรัฐ Louisiana ซึ่งใช้ประมวลกฏหมายที่มีรูปแบบกฏหมายของประเทศฝรั่งเศส หลักสูตรทางด้านกฏหมายที่มีรูปแบบกฏหมายของประเทศฝรั่งเศส หลักสูตรทางด้านกฏหมายที่เหมาะสมและได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ คือ หลักสูตร Master of Laws (LL.M.) Master of Comparative Laws (M.C.L.) และ Master of Comparative Jurisprudence (M.C.J.) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเกิดความคุ้นเคย กับสถาบันด้านกฏหมาย และลักษณะเฉพาะของกฏหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตรอื่นๆ เกี่ยวกับกฏหมายระหว่างประเทศและกฏหมายธุรกิจระหว่างประเทศ

..........................................................................................................................

สถาบันสอนภาษา (Language School)

ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสถาบันสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สองอยู่มากมายหลายร้อยแห่ง ทั้งที่เป็นของรัฐบาลและเอกชนหลักสูตรที่เปิดสอนส่วนใหญ่ จะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดหรือ Intensive English Program ซึ่งเป็นหนักสูตรทางภาษาที่เปิดสอนขึ้นโดยเฉพาะ สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องพัฒนาความสามารถทางภาษา ก่อนเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทางวิชาการ เนื้อหาของหลักสูตร ระยะเวลาของหลักสูตร จำนวนชั่วโมงการเรียนการสอนต่อสัปดาห์ อัตรารค่าเล่าเรียน และค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงขอบข่ายของบริการที่มีให้ แก่นักศึกษา จะมีความแตกต่างกันไป


เรียนต่อต่างประเทศ ที่สหรัฐอเมริกา

บรรยากาศเรียนต่อต่างประเทศ
สนใจเรียนสามาถติดต่อที่http://www.prointered.com/usa/edu-system2.htm

เรียนภาษา ที่Gold Coast

The image “http://julianopie.com/images/keirawalking03.gif” cannot be displayed, because it contains errors.
เรียนภาษา ที่Gold Coast
คอร์สเรียนภาษา Bond University, Gold Coast Australia มหาลัย ที่สวยที่สุด

คอร์สเรียนภาษา Bond University, Gold Coast Australia มหาลัย ที่สวยที่สุด

คอร์สภาษา กับ Bond University มหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดใน Gold Coast 30 สัปดาห์ ค่าเรียน 265,500 บาท


สอบถามรายละเอียด เรียนต่อต่างประเทศ ได้ที่ Tel. 02-641-4748 (อัตโนมัติ 10 คู่สาย)
Mobile: 089-687-3311 และ 089-687-3355

เรียนต่อต่างประเทศ Sydney

The image “http://julianopie.com/images/keirawalking03.gif” cannot be displayed, because it contains errors.
เรียนต่อต่างประเทศ Sydney
เรียนภาษา ที่ Lloyds International College

San Francisco

เรียนภาษาอังกฤษ ที่ ซานฟรานซิสโก กับ สถาบัน GEOS

เรียนภาษาอังกฤษ ที่ ซานฟรานซิสโก กับ สถาบัน GEOS

เรียนต่อ ซานฟราน คอร์สเรียนภาษา 24 สัปดาห์ กับ กับ GEOS ค่าเรียน บาท


สอบถามรายละเอียด เรียนต่อต่างประเทศ ได้ที่ Tel. 02-641-4748 (อัตโนมัติ 10 คู่สาย)
Mobile: 089-687-3311 และ 089-687-3355

เรียนต่อต่างประเทศ New York

คอร์สเรียนภาษา ที่ New York  1ปี  กับ ZONI ค่าเรียนเพียง 185,465 บาท


เรียนต่อต่างประเทศ,เรียนต่อประเทศอังกฤษ,Study in UK - Universities in UK

ดาวน์โหลดดิกชันนารีไว้ใช้งาน ฟรี ! download dictionary free


Oxford Dictionary of English

ดาวน์โหลดดิกชันนารีไว้ใช้งาน ฟรี ! download dictionary free
[1] ประเภทดิกชันนารี อังกฤษ – ไทย, ไทย - อังกฤษ

โปรแกรมที่ 1: LEXiTRON (ดิก อังกฤษ – ไทย & ไทย - อังกฤษ) ประมาณ 20 MB
http://home.dsd.go.th/freeenglish/LEXiTRON.exe

โปรแกรมที่ 2: My Buddy Dictionary ดิก อังกฤษ – ไทย รวมดิกจาก 3 ฐานข้อมูลไว้ในโปรแกรมเดียวกัน ประมาณ 25 MB
http://www.thaibuddy.com/

ดาวน์โหลดดิก: (หมดอายุ 1 มกราคม 2552)
http://home.dsd.go.th/freeenglish/MyBuddy2.1beta.zip

โปรแกรมที่ 3: Loy Dictionary อังกฤษ – ไทย ประมาณ 25 MB
http://home.dsd.go.th/freeenglish/_LoyDictSetupZipFiles.exe
(เป็นไฟล์ Setup และรายละเอียดในการติดตั้งทั้งหมด)

โปรแกรมที่ 4: HighLight Dictionary (อังกฤษ ->ไทย และ ไทย-อังกฤษ ) ขนาด 10.5 MB
http://www.thaiware.com/main/info.php?id=3342
มีคลังข้อมูลบรรจุคำศัพท์จากพจนานุกรมอิเล็คทรอนิกส์ ถึง 3 เล่ม รวมกันกว่า 180,000 รายการ สมบูรณ์แบบด้วย ความหมาย , ประเภทของคำศัพท์ , คำย่อ , คำพ้องเสียง , คำเหมือน , คำไกล้เคียง , คำตรงข้าม, ตัวอย่างประโยค เป็นต้น สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมต่าง ๆ ได้ โดยจะแปลศัพท์ที่ คุณต้องการรู้ความหมายจริง ๆ โดยไม่ต้องพิมพ์คำศัพท์ใหม่ เพียงแค่คุณลาก Highlight คำศัพท์ที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Windows Key + X โปรแกรมก็จะทำการแปลและแสดงผล ...


ดาวน์โหลดดิกชันนารีไว้ใช้งาน ฟรี ! download dictionary free
[2] ประเภท ดิกชันนารี อังกฤษ – อังกฤษ
โปรแกรมที่ 1: WordWeb 5 เป็นดิกอังกฤษ – อังกฤษ ใช้ฟรีที่ดีที่สุด [ขนาดประมาณ7 MB]
ดาวน์โหลด:
http://www.download.com/WordWeb/3000-2279_4-1000320

โปรแกรมที่ 2: Merriam Webster´s Concise Dictionary 2.1 [ขนาด 1.59 MB]
ดาวน์โหลด: http://www.download.com/Merriam-Webster-s-Concise-Dictionary/3000-2279_4-10059666.html?tag=lst-0-1

โปรแกรมที่ 3: TheSage´s English Dictionary and Thesaurus 1.1.2 [ขนาด 8.06 MB]
ดาวน์โหลด:
http://www.tucows.com/preview/412035
http://www.snapfiles.com/get/thesage.html

ดาวน์โหลดดิกชันนารีไว้ใช้งาน ฟรี ! download dictionary free

ศึกษาต่อทั่วไป

ศึกษาต่อทั่วไป
http://www.vcharkarn.com
http://www.vcharkarn.com
http://www.vcharkarn.com
http://www.vcharkarn.com